เราจะช่วยคุณได้อย่างไร?
คู่มือการใช้งาน วิธีแก้ปัญหา และคำตอบสำหรับทุกคำถาม เพื่อให้คุณใช้งาน Autoshoot ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสูงสุด
คำถามทั้งหมด
ทำไมระบบ AI ถึงหารูปใบหน้าไม่เจอ? มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?
ระบบ Face Recognition ของเราใช้พลังประมวลผลจาก AWS Rekognition ที่มีความแม่นยำสูงมาก หากคุณพบว่าหารูปไม่เจอ มักเกิดจากเหตุผล 4 ข้อหลักๆ ดังนี้ครับ:
- 1. รูปเป็นภาพวิว/สิ่งของ/เบลอหนัก: ระบบจะใช้ AI ตรวจจับเฉพาะใบหน้ามนุษย์เท่านั้น หากภาพไม่มีหน้าคน หรือถูกบังมิด ระบบจะข้ามไปไม่สร้างป้ายกำกับ (Tag) เพื่อประหยัดพื้นที่
- 2. ยังประมวลผลไม่เสร็จ: หากโปรเจกต์มีรูปจำนวนมาก (อัปโหลดเกิน 1,000 รูปในครั้งเดียว) AI อาจจะต้องใช้เวลา 1-3 นาทีในการสแกนใบหน้าทั้งหมด กรุณารอสักครู่และรีเฟรชหน้าเว็บ
- 3. Master Settings ปิดอยู่: โปรดตรวจสอบว่าท่านได้เปิดสวิตช์ "ระบบ AI ค้นหาใบหน้า" ในหน้าการตั้งค่าโปรเจกต์แล้ว
- 4. ไม่รองรับในแพ็กเกจ: ฟีเจอร์ AI จะมีให้บริการตั้งแต่แพ็กเกจ Ultra-lite ขึ้นไป หากท่านใช้แผน Free หรือ Standard จะไม่สามารถใช้งานส่วนนี้ได้
กล้องถ่ายรูปของฉันสามารถใช้เชื่อมต่ออัปโหลด (FTP) ได้ทันทีไหม?
ขึ้นอยู่กับรุ่นกล้องที่คุณใช้งานครับ แบ่งเป็น 3 กรณีหลัก:
กล้องโปร/ไฮเอนด์ รุ่นใหม่ๆ จะมีระบบส่ง FTP ผ่าน WiFi ในตัว ไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ช่วยเลย เช่น: Canon (R1, R3, R5, R6 ฯลฯ), Sony (A1, A9, A7RV), Nikon (Z8, Z9) วิธีนี้มีความรวดเร็วและเป็นมืออาชีพที่สุด
สำหรับรุ่นที่ส่งไฟล์เข้ากล้องผ่านสาย USB หรือ WiFi คุณสามารถตั้งให้ซอฟต์แวร์นำภาพโยนเข้า Autoshoot ได้ ไม่ว่าจะเป็น EOS Utility, Lightroom Classic + Pixid Plugin, หรือ digiCamControl
หากคุณโอนรูปจากกล้องเข้ามือถือก่อน คุณสามารถใช้ แอปพลิเคชันอย่าง PhotoSync (iPhone/Android) ตั้งค่าลัดเพื่ออัปโหลดรวดเดียวเข้าโปรเจกต์ หรือจะใช้เบราว์เซอร์ลากวางเลยก็ได้
ตั้งค่า FTP ถูกต้องแล้ว แต่รูปไม่อัปโหลด ต้องแก้ตรงไหน?
ปัญหานี้มักจะเกิดจากตั้งค่าเครือข่าย หรือพิมพ์ข้อมูลผิดเล็กน้อย ให้ลองตรวจสอบดังนี้ตามลำดับ:
- 1
อินเทอร์เน็ตกล้อง: คุณต่อ Hotspot ไว้ แต่โทรศัพท์มือถือที่ปล่อย Hotspot ตอนนั้นไม่มีสัญญาณ ทำให้กล้องไม่มีอินเทอร์เน็ตออกสู่ภายนอก
- 2
Target Folder ผิด: ในเมนูกล้อง ตรง Target Folder (โฟลเดอร์ปลายทางบนเซิร์ฟเวอร์) ต้องพิมพ์ชื่อโฟลเดอร์ให้ตรงกับ "รหัสโปรเจกต์ (Project Token)" แบบเป๊ะๆ ตัวใหญ่-ตัวเล็กมีผล (Case Sensitive) หากสะกดผิดไปตัวเดียวรูปจะหาที่ลงไม่เจอ
- 3
พื้นที่เก็บข้อมูล (Storage) ในแพ็กเกจเต็ม: ลองเข้าสู่ระบบหน้าแดชบอร์ด ตรวจสอบว่า % พื้นที่เตือนสีแดงหรือเต็ม 100% หรือไม่ หากเต็ม รูปใหม่จะถูกปฏิเสธทันที
- 4
Pasv Mode: ตรวจสอบการตั้งค่า FTP ในกล้องว่าได้ตั้งให้ Passport / Passive Mode ไว้เป็น "เปิด" (Enable / On) หรือไม่ หากตั้งเป็น Active ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ที่มี Firewall อาจบล็อกทิ้ง
ระบบการค้นหาใบหน้า แม่นยำแค่ไหน? ใช้ได้กับแว่นตา / ใส่หน้ากากได้ไหม?
เทคโนโลยีของ AWS Rekognition มีระดับความแม่นยำทางสถิติสูงกว่า 99% ภายใต้สภาพแสงที่เหมาะสมปกติ และมีกลไกรองรับการเปลี่ยนแปลงใบหน้าดังนี้:
- แว่นสายตา / แว่นกันแดด (แบบไม่สะท้อนแสงจัด): สามารถตรวจจับและจับคู่ (Match) บุคคลเดียวกันได้ตามปกติ
- หน้ากากอนามัยหลวมๆ หรือบังแค่ปาก: ระบบยังสามารถประทับจุดบนจมูกและตาเพื่อเปรียบเทียบโครงข่ายได้
- ข้อจำกัด: หากสวมหมวกกันน็อคแบบเต็มใบ หรืองานคอนเสิร์ตที่แสงน้อยมาก + มืด + พ่นควันสโมค (Smoke machine) ระบบอาจตีความผิดพลาดได้ หรือไม่เจอบุคคลนั้น หากมีความจำเป็นให้ใช้วิธีเปลี่ยนโปรไฟล์ค้นหาใหม่ที่สยบปัญหาการจดจำไม่ได้ในตอนหลัง
ใช้ LINE Official Account (@) ของตัวเองกับ Autoshoot ได้ไหม? ตั้งค่ายังไง?
ได้ครับ ถ้าแพ็กเกจมีฟีเจอร์ «ส่งรูปทาง LINE» ให้เข้าเมนู ส่งรูปทาง LINE ในหน้าแอป — ที่นี่จะมีบล็อก Server URL / Webhook URL แบบเดียวกับแอดมิน (อ่านและคัดลอกไปวางใน LINE Developers ของคุณได้) แล้วกรอกข้อมูลบอท:
- Basic ID (เช่น
@yourbrand) ใช้สร้าง QR ให้แขกแอดเพื่อน — QR ในแต่ละโปรเจกต์จะใช้ ID นี้ - Channel secret และ Channel access token จาก LINE Developers → OA ของคุณ → Messaging API
- Bot User ID (Destination) — คือรหัสบอทของคุณ ไม่จำเป็นต้องหามือ ถ้ากรอก Channel access token + Channel secret แล้วกดบันทึกในหน้าตั้งค่า ระบบจะไปถาม LINE (
GET /v2/bot/info) เอาuserIdมาเก็บให้ (ค่านี้ไปตรงกับdestinationใน webhook) หรือจะกรอกเองจาก JSON ก็ได้ - ตั้ง Webhook (ใช้งานจริง):
- ใช้ โดเมนจริง + HTTPS ที่ LINE เข้าถึงจากอินเทอร์เน็ตได้ (ไม่จำเป็นต้องใช้ ngrok ถ้าโฮสต์พร้อมแล้ว)
- รูปแบบทั่วไป: นำ โดเมนเว็บที่รัน Autoshoot มาต่อท้ายด้วย path
/api/line/webhook - ใน Messaging API เปิด Webhook → วาง URL → บันทึก → กด Verify ให้ผ่าน
- LINE จะส่งเป็น POST แบบ JSON ตามมาตรฐานอยู่แล้ว ไม่ต้องตั้งพิเศษเพิ่ม
ถ้าไม่ตั้งค่าบอทเอง ระบบจะใช้บอทกลางตามที่ทีมตั้งค่าไว้ (ถ้ามี)
ทำไมสแกน QR งาน A แล้วถึงได้แค่รูปในงาน A? เปิดปิดการส่งและจำกัดโควต้าได้ไหม?
เมื่อแขกสแกน QR หรือพิมพ์รหัสโปรเจกต์ของงาน A ระบบจะจำว่าแขกคนนั้นอยู่งาน A เท่านั้น ดังนั้นการค้นหาใบหน้าและการส่งรูปทาง LINE จึงทำในคลังรูปของงาน A ไม่ไปดึงงานอื่นของคุณหรือของช่างคนอื่น
ในหน้า ส่งรูปทาง LINE คุณสามารถ เปิด/ปิดการส่งรูปให้แขก ได้ และตั้ง จำนวนรูปที่ส่งต่อคนต่อวันสูงสุด เพื่อลดการใช้โควต้าข้อความและโหลดเซิร์ฟเวอร์ — ไม่ควรเปิดปิดเล่นระหว่างงานเพราะอาจกระทบประสบการณ์แขก
นอกจากนี้ ในหน้า โปรเจกต์ → ตั้งค่า Gallery & Slideshow มีสวิตช์ “บังคับสแกน QR โปรเจกต์ก่อนส่งรูป LINE” ให้เลือกได้ตามรูปแบบงาน:
- เปิดสวิตช์: แขกต้องสแกน QR ของโปรเจกต์นั้นก่อน จึงจะส่งรูปค้นหาได้
- ปิดสวิตช์: แขกส่งรูปได้ทันที โดยไม่ต้องสแกนเข้าโปรเจกต์ก่อน
เหตุผลที่มีสวิตช์นี้คือเพื่อ ลดการสแกนผิดพลาด และ ป้องกันการส่งรูปข้ามโปรเจกต์ผิดงาน โดยเฉพาะงานที่มีหลายอีเวนต์พร้อมกันในวันเดียว
ลูกค้าสามารถอัพโหลดรูปลงในแกลลอรี่ได้เองไหม หากเราแชร์ให้ลูกค้าแล้ว?
ไม่ได้ครับ โดยพื้นฐานการทำงานของ Autoshoot ถูกออกแบบมาสำหรับ "ช่างภาพส่งให้ลูกค้า" (One-way delivery) เท่านั้น
แกลลอรี่ที่คุณส่งให้ลูกค้าผ่านลิงก์จะเป็นหน้าชมภาพ ดูแบบสไลด์ การค้นหาใบหน้า และดาวน์โหลด (แบบติด/ไม่ติดลายน้ำ ตามที่คุณตั้งค่า) โดยลูกค้าไม่มีสิทธิ์ลบ แก้ไข หรืออัปโหลดรูปของตัวเองเข้ามาปนกับเนื้อหาต้นฉบับในโปรเจกต์ของคุณ ทั้งนี้เพื่อป้องกันความสับสนและปกป้องลิขสิทธิ์ภาพถ่ายของช่างภาพอย่างสมบูรณ์
ยังไม่พบคำตอบที่คุณตามหาใช่ไหม?
ทีมงานสนับสนุนของเรา (ทีมงานคนไทยจริงใจแท้) พร้อมให้บริการคุณอย่างรวดเร็วผ่านทาง Official LINE Account และ Facebook Page